อ่านคิดวิเคราะห์ และ เขียนสื่อความ

มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชื่อ สิณัชช์ภัส  ศิริพันธ์ุ  ม.5/4  เลขที่ 33
__________________________________________________

เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI

เนื้อหา และภาพประกอบ 

ปัญญาประดิษฐ์ (อังกฤษ: artificial intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่น อย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลาย อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่น  
AI นับเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ แต่บางอย่างก็เข้ามาทำให้มนุษย์มีบทบาทน้อยเพื่อลดต้นทุน มาดูกันว่า AI ทำอะไรได้จริงแล้วในปัจจุบัน
1.ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย   ROSS Intelligence ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับงานกฎหมาย ได้ประกาศเมื่อปีที่ผ่านมาว่า บริษัทที่ปรึกษากฎอย่าง Baker & Hostetler LLP ซึ่งมีที่ปรึกษากฎหมาย 940 คน ใน 14 สาขาทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ว่าจ้าง ROSS เป็นที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์คนแรกของโลก ซึ่งเป็นครั้งแรกบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือให้คำปรึกษากับลูกค้า โดยใช้ ROSS ในคดีล้มละลายต่าง ๆ
2.นักข่าว  ปัจจุบันสำนักข่าวใหญ่ๆ อย่าง  New York Times, Washington Post, CNN, NBC ได้ใช้ AI มานำเสนอข่าวแล้วทั้งสิ้นตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Washington Post ได้มีการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์แบบ Hybrid ที่มีชื่อว่า Heliograf ซึ่งได้ทำการติดตามการเลือกตั้งในเขตต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา และนำข่าวสารมานำเสนออย่างต่อเนื่องแบบ Real-time พร้อมเปิดให้นักข่าวที่เป็นคนจริงๆ ได้เข้ามาทำการตกแต่งเนื้อหาเพื่อให้มีความน่าอ่านมากยิ่งขึ้น
3.ที่ปรึกษาด้าน Cyber security และหาช่องโหว่ในหน่วยงาน  นับว่าเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์หลายปีกว่าจะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญได้ ในวันนี้  IBM Watson ถูกนำมาเพื่อช่วยวิเคราะห์และระบุความเสี่ยงจากภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์บนระบบเครือข่าย และช่วยลดช่องว่างความแตกต่างของสกิลด้านความปลอดภัยของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง. หลักการทำงาน คือการจำลองกระบวนความคิดของมนุษย์ในรูปของโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถแปลงข้อมูลเป็นตัวเลขแล้วคำนวณออกมาได้ โดยเรียนรู้สิ่งต่างๆจากการทำ Data Mining, Pattern Recognition และ Natural Language Processing เพื่อเลียนแบบกระบวนการทำงานของสมองมนุษย์
4.พนักงาน Call Center. ในทีนี้รวมอยู่ในธุรกิจหลาย ๆ กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร โรงพยาบาล ธุรกิจประกัน และอีกหลาย ๆ ธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้ฝ่าย Custermer Service ไว้ตอบคำถามจุกจิกกับลูกค้า ซึ่งปัญญาประดิษฐ์สามารถทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับลูกค้า ให้คำแนะนำในสิ่งที่ดีที่สุดในหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งการกรองเนื้อหาข้อมูล รูปแบบแชทบอท หรือการพูดโต้ตอบ   ยกต้องน้อง มะลิ ของบริษัททรู ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการกรองเนื้อหาที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งหากเป็นปัญหาเชิงลึก ก็จะส่งข้อมูลให้ผู้เกีี่ยวข้องเป็นลำดับถัดไป
5.นักแปลภาษา. แน่นอนว่าอาชีพนี้จะโดนปัญญาประดิษฐ์ Disruption อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบัน ตัวปัญญาประดิษฐ์ ของ Google ที่เรียกว่า Google Brain  สามารถสร้างภาษากลางขึ้นมาได้ โดยเรียกว่า Google Neural Machine Translation โดยปัญญาประดิษฐ์นี้จะแปลงจากอีกภาษาหนึ่ง มาเป็นภาษากลาง พร้อมกับแปลงไปเป็นอีกภาษาหนึ่งที่ผู้ใช้งานต้องการได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในปัจจุบัน GNMT นี้ถูกนำมาใช้ในระบบ Google Translate อย่างเต็มตัวแล้ว และรองรับการแปลข้ามภาษาแบบอิสระได้ถึง 10 คู่ภาษาจากทั้งหมด 16 คู่ภาษาที่มีในเวลานี้
6.พนักงงานเสิร์ฟอาหาร. ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ชื่อ Robot.He ของอาลีบาบามีเป้าหมายจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดตุ้นทุนค่าจ้างพนักงานลงจึงใช้พนักงานเป็นหุ่นยนต์แทนมนุษย์ โดยเป็นหุ่นยนต์ที่คอยรับออเดอร์และคอยเสิร์ฟอาหาร ซึ่งจะเป็นรูปแบบคล้ายระบบสายพานในร้านอาหารญี่ปุ่น เมื่อลูกค้านั่งแล้วระบุเบอร์โต๊ะพร้อมออเดอร์เข้าระบบ  อาหารจะถูกปรุงโดยเชฟมนุษย์ และจะมีหุ่นยนต์มารับอาหารและเคลื่อนที่ไปส่งที่ให้ถึงโต๊ะ
7.การวิเคราะห์ใบหน้าและหาคนร้าย   ปัจจุบัน กรมตำรวจจีนได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการตรวจวิเคราะห์ใบหน้าคนร้าย โดยได้กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ เคสดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อ ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งถูกจับได้ระหว่างหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปอยู่ในคอนเสิร์ตของนักร้องดังฮ่องกง Jacky Cheng ที่มีคนดูอยู่มากถึง 50,000 คน
8.การตรวจวิเคราะห์โรค. เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้ มีรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์จากจีนได้เอาชนะทีมแพทย์ระดับท็อปของประเทศ 15 คนในการวินิจฉัยเนื้องอกในสมองและคาดการณ์การขยายตัวของภาวะเลือดออกในเนื้อเยื่อด้วยคะแนน 2 ต่อ 0 ระบบ AI BioMind ได้รับการพัฒนาโดย the Artificial Intelligence Research Centre for Neurological Disorders (ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์เพื่อความผิดปกติทางระบบประสาท) ในโรงพยาบาล Beijing Tiantan และทีมวิจัยจาก the Capital Medical University โดยระบบสามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องคิดเป็น 87 เปอร์เซ็นต์จาก 225 เคสในเวลาเพียง 15 นาที ในขณะที่ทีมแพทย์อาวุโสตรวจพบได้แม่นยำเพียง 66 เปอร์เซ็นต์
9.การตลาดเฉพาะบุคคล. การส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์และการสร้าง Customer Experience นับเป็นบทบาทสำคัญของ Digital Marketing  แต่ปัจจุบันได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำการเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้าและนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเช่น  Under Armor แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชื่อดังที่ใช้เทคโนโลยี Watson ซึ่งเป็น ปัญญาประดิษฐ์ของไอบีเอ็มในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Record เพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพของลูกค้าและยังทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้คำปรึกษาเรื่องการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารแก่ลูกค้าผ่านแอพอีกด้วย นั่นทำให้ลูกค้าประทับใจและเห็นว่า Under Armor ไม่ใช่แค่แบรนด์เสื้อผ้าอีกต่อไป
10.ยานพาหนะไร้คนขับในหลายประเทศมีการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับเพื่อตอบโจทย์ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของอุตสาหกรรมคือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์มารับภาระคนขับรถส่งสินค้า เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานขจัดปัญหาความเหนื่อยล้าของคนขับ ซึ่งจะทำให้การขนส่ง รวดเร็ว และมีประสิิทธิภาพมากขึ้น
เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน
                ระบบAI เป็นระบบที่ถุกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ เมื่อช่วยทุ่นแรงในการทำงานแทนมนุษย์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเพิ่มความสะกวดสบายทั้งในการผลิตและในการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่สามารถเป็นเหตุผลได้ว่าทำไม ระบบAI ถึงได้ถูกนำมาประยุกต์ในในแขนงต่างๆในปัจจุบัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต แต่หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง  ก็เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหามากมายทั้งที่กำลังเกิดขึ้น และคาดว่ากำลังจะเกิด เช่น ปัญหาการตกงาน ซึ่งทำให้การแข่งขันทางการศึกษา และ การทำงานสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ยังมีปัญหาทางด้านสุขภาพ ทั้งทางร่างกาย เช่น ดวงตา กล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากความสะดวกสะบายที่เกิดขึ้น ส่วนสุขภาพทางจิตใจ เช่น การเป็นคนอารมณ์ร้อน เพราะชินการการกระทำที่รวดเร็ว

ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องนี้
ทำให้เราทราบว่า เราสามารถนำ ระบบAI  ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ทั้งในการทำงาน และการเรียน และยังได้ทราบข่าวอื่นๆที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ทั้งในเรื่องของสิ่งประดิษฐ์ และ แอปพริเคชั่น ทำให้ได้รู้ว่าทุกวันนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างที่เราต้องปรับตัวและรับมือให้ทันกับการเปลื่ยนแปลงของเทคโนโลยี

นำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตจริงอย่างไร
การหาข้อมูลต่างที่ทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งเปิดหนังสือหลายๆเล่ม หรือในเวลาที่เราเหงาก็ยังสามารถคุยกับสิริได้ อีกทั้งยังเป็นการฝึกภาษา เพราะ สิริสามารถตั้งภาษาในการสื่อสารได้  การได้รับข่าวสารต่างๆในแต่ละวันที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งเป็นปัจจัยในการเลือกสาขาวิชาอาชีพที่จะทำในอณาคต

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Hi !